WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: พาณิชย์

01 CFABAF8ดานสะเดา

จุรินทร์ ลุยแก้ปัญหาคอขวดด่านสะเดา ดันส่งออก-ดึงท่องเที่ยว พร้อมสั่งจัดแมชชิ่งเจรจาค้าขาย

      จุรินทร์ ควง 2 รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย คมนาคม ลงพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดา มีมติแก้ปัญหาคอขวดตรงด่าน ให้เพิ่มช่องทางเดินรถจาก 4 เป็น 6 ช่อง เพื่อแก้ขนส่งติดขัด เพิ่มบุคลากรที่ด่าน ตม. เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว พร้อมประสาน อย. ส่งคนประจำด่าน 24 ชม. เอื้อส่งออกอาหาร เล็งจัดเวทีเจรจาธุรกิจ นัดนักธุรกิจ 5 จังหวัดชายแดนใต้กับ 5 รัฐตอนเหนือมาเลเซียมาเจรจาซื้อขายปลายต.ค.หรือต้นพ.ย.นี้

      นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ร่วมกับนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ว่า ในเรื่องของด่านสะเดา ซึ่งเป็นช่องทางในการส่งสินค้าเข้าออกระหว่างไทยมาเลเซีย และเป็นช่องทางในการเดินทางของนักท่องเที่ยวระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งในการแก้ไขปัญหาการขนส่งสินค้า จะเพิ่มช่องทางเดินรถจาก 4 ช่องเป็น 6 ช่อง จะทำให้การขนส่งสินค้ามีความคล่องตัวขึ้น ส่วนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จะเพิ่มบุคลากรจาก 50 คน เป็น 100 คน และจะเร่งฝึกอบรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในการเดินทางสะดวกโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเริ่มต้นได้ทันที

   “ด่านสะเดา เป็นด่านที่มีช่องการตรวจลงตราที่จำกัด จึงเป็นคอขวด ทำให้การส่งออกของไทยไปมาเลเซีย มีปัญหาอุปสรรค ขณะที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยผ่านด่านสะเดา โดยเฉพาะเข้ามาเที่ยวในจังหวัดภาคใต้ ก็ยังมีปัญหาความไม่สะดวก เพราะปัญหาคอขวด เมื่อได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะหมดไป”

      ส่วนกรณีปัญหาการส่งออกสินค้าอาหารไปยังมาเลเซีย พบว่า ในช่วงที่มีการทดลองขยายระยะเวลาการเปิดด่านขนส่งสินค้าเข้าออกเป็น 24 ชั่วโมง ซึ่งจะดำเนินการทดลอง 1 ปี ปรากฎว่าการส่งออกอาการจากไทยไปมาเลเซียยังมีความล่าช้า เนื่องจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่มีตัวแทนประจำอยู่ในช่วงระยะเวลานอกเวลาราชการ ซึ่งเรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้รับเป็นผู้ไปดำเนินการประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาประจำ ก็จะช่วยให้การส่งออกอาหารไปมาเลเซียคล่องตัวยิ่งขึ้น

       สำหรับ เรื่องด่านสะเดาแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จากการติดตามความคืบหน้า คาดว่าจะสร้างเสร็จทั้งหมดประมาณเดือนต.ค.2562 แต่ปัญหา คือ การสร้างถนนเชื่อมระหว่างไทย-มาเลเซีย อยู่ระหว่างเจรจา เนื่องจากทั้งสองฝั่งมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ขณะนี้กำลังจะได้ข้อยุติ เมื่อได้ข้อยุติ ก็จะเร่งดำเนินการก่อสร้างทันที

         นายจุรินทร์กล่าวว่า ในด้านการเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดเวทีโดยให้กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ เพื่อให้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างนักธุรกิจมาเลเซียใน 5 รัฐภาคเหนือตอนบน เพื่อประชุมร่วมกับนักธุรกิจของไทย รวมทั้งผู้ส่งออกของไทยใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระทรวงพาณิชย์จะกำหนดรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดการทำสัญญาซื้อขายอย่างเป็นรูปธรรมเกิดขึ้นโดยเร็ว เบื้องต้นจะจัดในช่วงปลายเดือนต.ค.หรือไม่เกินพ.ย.2562

     ทั้งนี้ ยังได้หารือถึงการจัดการกับการนำน้ำมันปาล์มผ่านแดนจากประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การนำเข้าน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียผ่านประเทศไทยเพื่อส่งต่อไปยังสปป.ลาวหรือเมียนมา แต่ปรากฏว่าเท่าที่ตรวจสอบโดยกรมการค้าภายใน พบว่ามีบางกรณีที่น้ำมัน มันหกอยู่ในประเทศไทย มีผลให้ราคาปาล์มในประเทศไทยราคาตกต่ำ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการดำเนินการจัดการโดยเด็ดขาด โดยได้ขอให้ทางศุลกากรให้ไปดูว่าจะมีมาตรการในการดำเนินการเคร่งครัดในเรื่องนี้ได้อย่างไร นอกเหนือจากการจับเป็นรายๆ ไป เช่น ให้มีการตรวจสอบเข้มงวดขึ้นในตอนนำเข้ามาว่าปริมาณที่แจ้ง ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ เป็นต้น

 

01 CFABAF8ดานสะเดาแหงท2

จุรินทร์ นำแก้อุปสรรค ! ควง 2 รัฐมนตรี ตรวจการสร้างด่านสะเดาแห่งที่2 คืบ 95% เร่งหาแนวทางแก้อุปสรรคค้าชายแดน ไทย-มาเลเซีย

      โดยก่อนการเป็นประธานนำการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทย-มาเลเซีย ที่จังหวัดสงขลา ร่วมกับ นายนิพนธุ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกรทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

      พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัด ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องวันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำตรวจการก่อสร้างด่านสะเดาแห่งที่2 ใช้เวลาตรวจการสอบถามความคืบหน้า อุปสรรคปัญหา ทุกมิติ

       โดยรายงานระบุว่า รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ จึงได้จัดการประชุมครั้งนี้เพื่อรับฟังและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทย-มาเลเซีย ในการผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซียให้เพิ่มขึ้น โดยในปี 2561 การค้าระหว่างไทย-มาเลเซียมีมูลค่าสูงถึง 803,300 ล้านบาท และครึ่งปีแรกของปี 2562 มีมูลค่า 387,041 ล้านบาท

      ขณะที่การค้าชายแดนไทย-มาเลเซียมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 70 ของมูลค่าการค้ารวมไทย-มาเลเซีย (การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ปี 2561 มีมูลค่า 568,096 ล้านบาท และครี่งปีแรกของปี 2562 มีมูลค่า 271,603 ล้านบาท) ซึ่งในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ติดกับมาเลเซียมีด่านศุลกากร 9 ด่านกระจายตามแนวชายแดน

         ดังนั้น ด่านศุลกากรสะเดาเป็นด่านศุลกากรชายแดนที่มีมูลค่าการนำเข้าส่งออกสินค้าสูงที่สุดในประเทศไทยแต่ละปีเฉลี่ยกว่า 3 แสนล้านบาท จากมูลค่าการค้าชายแดนทั้งประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็นประตูเชื่อมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญของไทย รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับด่านศุลกากรสะเดาในฐานะอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสำคัญโดยมีเป้าหมายที่จะให้ด่านศุลกากรสะเดาสามารถรองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอกับปริมาณการค้าที่นับวันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

Click Donate Support Web

ais 790x90

GC 950x120

sme 720x90

banpu 720x90 new1 1

จุรินทร์ นำแก้อุปสรรค ! ควง 2 รัฐมนตรี ตรวจการสร้างด่านสะเดาแห่งที่2 คืบ 95% เร่งหาแนวทางแก้อุปสรรคค้าชายแดน ไทย-มาเลเซีย

            โดยก่อนการเป็นประธานนำการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทย-มาเลเซีย ที่จังหวัดสงขลา ร่วมกับ นายนิพนธุ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกรทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

               พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัด ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องวันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำตรวจการก่อสร้างด่านสะเดาแห่งที่2 ใช้เวลาตรวจการสอบถามความคืบหน้า อุปสรรคปัญหา ทุกมิติ

                โดยรายงานระบุว่า รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ จึงได้จัดการประชุมครั้งนี้เพื่อรับฟังและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทย-มาเลเซีย ในการผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซียให้เพิ่มขึ้น โดยในปี 2561 การค้าระหว่างไทย-มาเลเซียมีมูลค่าสูงถึง 803,300 ล้านบาท และครึ่งปีแรกของปี 2562 มีมูลค่า 387,041 ล้านบาท

                ขณะที่การค้าชายแดนไทย-มาเลเซียมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 70 ของมูลค่าการค้ารวมไทย-มาเลเซีย (การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ปี 2561 มีมูลค่า 568,096 ล้านบาท และครี่งปีแรกของปี 2562 มีมูลค่า 271,603 ล้านบาท) ซึ่งในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ติดกับมาเลเซียมีด่านศุลกากร 9 ด่านกระจายตามแนวชายแดน

                ดังนั้น ด่านศุลกากรสะเดาเป็นด่านศุลกากรชายแดนที่มีมูลค่าการนำเข้าส่งออกสินค้าสูงที่สุดในประเทศไทยแต่ละปีเฉลี่ยกว่า 3 แสนล้านบาท จากมูลค่าการค้าชายแดนทั้งประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็นประตูเชื่อมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญของไทย รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับด่านศุลกากรสะเดาในฐานะอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสำคัญโดยมีเป้าหมายที่จะให้ด่านศุลกากรสะเดาสามารถรองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอกับปริมาณการค้าที่นับวันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง