WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
Mayบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน At The Open
MARKET SUMMARY
เมื่อวานที่ผ่านมา SET แกว่งตัวในกรอบแคบ โดยระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย มีแรงซื้อเด่นใน SCB, กลุ่มก่อสร้างอย่าง STEC, STPI อย่างไรก็ตาม BEC เผชิญกับแรงขายอย่างต่อเนื่อง ณ. สิ้นวัน SET ปิดที่ 1,671.1 จุด (+0.7 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.4 หมื่นล้านบาท (จากวันก่อนที่ 5.0 หมื่นล้านบาท)
นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยต่อที่ 768 ลบ. (สถาบันขายสุทธิ 201 ลบ.) และเปิดสถานะ Long SET50 index future สุทธิที่ 4,979 สัญญา
INVESTMENT THEME
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน / การประชุม FED  :   หากเราประเมินผลกระทบทั้งในแง่ตลาดหุ้นและตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศอย่าง GDP, PMI , เงินเฟ้อ, FDI, ค่าเงิน, ดุลการค้า และอื่น ๆ อีกมาก พบว่าทั้ง 2 ประเทศเริ่มเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สหรัฐดูมีความได้เปรียบในเรื่องความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและเสถียรภาพของตลาดหุ้นมากกว่า ซึ่งเรื่องทั้งหมดจะเริ่มมีความชัดเจนในการประชุม G20 ในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ เบื้องต้นเรามีมุมมองเป็นกลาง และยังไม่แนะให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน Global play และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้านั่นคือการประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 มิ.ย. เบื้องต้นเราประเมินว่า FED จะยังคงดอกเบี้ยที่ระดับ 2.25-2.50% พร้อมแนะติดตามการแถลงของคุณ Powell หลังการประชุม เบื้องต้นเราเชื่อว่าจะออกแนว Dovish มากขึ้นและอาจเพิ่มโอกาสต่อการลดดอกเบี้ยในช่วง 2H19 อย่างไรก็ตามเราประเมินว่าตลาดได้ตอบรับปัจจัยดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว กล่าวโดยสรุปเราประเมินว่า หุ้นขนาดใหญ่จะเริ่มแกว่งตัวในกรอบเพื่อรอความชัดเจนของทั้ง 2 ประเด็น พร้อมคาด SET แกว่งตัวในกรอบ และหุ้นขนาดกลางอาจเริ่มกลับมาน่าสนใจ  
Investment Theme : สัปดาห์นี้คาด SET แกว่งในกรอบ 1,645 -1,670 จุด แนะทยอยสะสม PTTEP (ตัวแทน Global play) และ เก็งกำไร Domestic play นำโดย WORK, CPALL
BIG ISSUE
เมื่อคืนที่ผ่านมา :  จีนรายงานยอดขายรถยนต์เดือนพ.ค.ร่วง 16.4% ทำสถิติลดลง 11 เดือนติดต่อกัน
STOCK PICK & TRADING IDEA
แนะถือหุ้น Domestic play ต่อ นำโดย CPALL, WORK, S และทยอยซื้อ BEM ที่แนวรับ 10.80 และ 11.00 บาท  และมองว่าในกรณี Worst case คือการ Delay การเจรจาสัมปทานออกไปประมาณ 1-3 เดือน (เนื่องจากสัมปทานดังกล่าวจะสิ้นสุดอายุในช่วง 1Q20 ฉะนั้นการเจรจามีเวลาค่อนข้างจำกัด) ในขณะเดียวกันศาลปกครองและอนุญาโตตุลาการ ได้เริ่มตัดสินให้กทพ.ชำระค่าเสียหายแก่ BEM ในบางคดีแล้ว โดยรวมมูลหนี้ทั้งหมด 6.0 หมื่นล้านบาท (อิงจากแหล่งข่าวประชาชาติธุรกิจ) และในช่วงที่ผ่่านมาพบว่า BEM และกทพ.ได้มีการเจรจาไปบางส่วนแล้ว เช่น การเจรจาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 จาก 37 ปี เหลือ 30 ปี เป็นต้น เรากำลังอยู่ระหว่างการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
TECHNICAL VIEW
ทยอยขายทำกำไรเพื่อเล่นรอบ หรือหากหลุด Low 1665 แนะนำ Lock Profit :  ดัชนีเริ่มไม่มีแรงซื้อส่งต่ออย่างเด่นชัดเหมือนก่อนหน้า ทำได้เพียงแค่แกว่งออกข้าง โดยขณะนี้ดัชนียังคงติดแนวต้านกรอบ Ascending Triangle บริเวณ 1675 ประกอบกับ Stochastic ที่เข้าเขต Oversold และเมื่อคืนที่ผ่านมาราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงค่อนข้างแรง ทำให้คาดดัชนีจะเริ่มปรับฐานในระยะสั้น มองแนวรับถัดไปที่ 1660 และ 1653 มีหุ้นหากดัชนีหลุด Low 1665 แนะนำ Lock Profit ในขาขึ้นรอบนี้
กลยุทธ์การลงทุน 1) มีหุ้น:  หาก Rebound แนะนำขายทำกำไรที่แนวต้าน 1675-1680 แต่หากหลุด 1665 เน้นทยอย Lock Profit 2) ไม่มีหุ้น: จังหวะอ่อนตัวทดสอบแนวรับบริเวณ 1660 และ 1653 มองเป็นโอกาสทยอยแบ่งไม้ซื้อสะสม
แนวรับ : 1653, 1660 แนวต้าน : 1675, 1690
EYES ON
ปัจจัยต่างประเทศ :  ประชุม OPEC 25-26 มิ.ย.  , ประชุม G20 วันที่ 28-29 มิ.ย.ปัจจัยในประเทศ :   1 -2 สัปดาห์นี้คาดจัดตั้งรัฐบาล
หุ้นเทคนิค :  
TASCO (19.20-19.40, Tp 20.00//20.50, Cut 19.00)
OSP (34.00-34.50, Tp 36.00//37.50, Cut 33.00)
 ข่าวเด่นเช้านี้
   DRT
ออเดอร์ไหลเข้าผลงานโค้งสองพีคสุด คุมต้นทุนดันครึ่งแรก (ทันหุ้น)
ความเห็น : ยอดขายในปีนี้จะเติบโตมากกว่า 5%  จากการเติบโตทุกช่องทาง เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และ เพิ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม   และ รักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น 25-27%  เราประเมินยอดขาย DRT ปี 2562 เท่ากับ 4,524 ล้านบาท เติบโต 3% และ คาดจะมีกำไรสุทธิ 452 ล้านบาท เติบโต 6.8%  DRT มีการจ่ายปันผลที่ดีคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนเกือบ 7% แนะนำ TRADING BUY เป้าหมาย 6.50 บาท
GFPT
ตลาดส่งออกไก่โต ออเดอร์จีนพุ่ง-อัพผลิตรอ (ทันหุ้น)
ความเห็น : การส่งออกจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากเริ่มส่งออกตั้งแต่ 2Q61 เป็นต้นมา GFPT ยังได้ผลบวกจากราคาไก่เพิ่มขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง คาดกำไร 2Q62 เติบโตสูงทั้ง QoQ และ YoY แนะนำ Trading Buy เป้าหมาย 16.20 บาท
PRM
ส่งซิกงบไตรมาส 2 โต ทุ่มงบ 300 ล้าน ซื้อหุ้น "Big Sea" (ข่าวหุ้น)
ความเห็น : การแถลงผลประกอบการวานนี้ เป็นไปตามข้อมูลในการประชุมกับนักวิเคราะห์ก่อนหน้า แนวโน้มไตรมาส 2 ยังคงขยายตัวสดใสจากกำลังการให้บริการใหม่พร้อมสัญญาที่เข้ามาจากเรือ FSU 2 ลำใหม่ ส่วนการจะซื้อ Big Sea อีก 10% ถือเป็น upside เนื่องจาก Big Sea สามารถทำกำไรได้ตามแผน คงคำแนะนำ ซื้อ 12.40 บาท – อ่านบทวิเคราะห์ 23 พ.ค. 2562
TOP
ค่ากลั่นฟื้นกูรูชี้ P/BV ยังต่ำเป้าหมาย 83 บ. (ทันหุ้น)
ความเห็น : เราเห็นด้วยว่า TOP มี Valuation ที่ไม่แพง ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี อย่างไรก็ตามแนวโน้มผลประกอบการ 2Q62 ยังไม่เด่น กดดันจากตลาดที่อ่อนแอทั้งโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมถึงผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุง เราแนะนำ ถือ เพื่อรอการฟื้นตัวในช่วง 2H62 จากความคาดหวังมาตรการ IMO2020 จะช่วยหนุนส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล ราคาเป้าหมาย 65.00 บาท
รับเหมา
ได้ดีตั้งรัฐบาลเปิดโผหุ้นใหญ่-เล็กน่าสอย (ทันหุ้น)
ความเห็น : แนวโน้มรวมปี 2562 ผลประกอบการของหุ้นส่วนใหญ่จะมีการเติบโตที่ดี แรงหนุนยอดขายที่เพิ่มขึ้น และ อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น  เรามีมุมมองในด้านบวกต่อหุ้นในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง  สำหรับหุ้นที่เราเลือกเป็น Top Picks ของกลุ่ม คือ SCCC (เป้าหมาย 265 บาท) จะเติบโตเด่น และ มีปันผลดี  หุ้นประเภทลงทุนรับปันผล คือ SCC, DCC, DRT  และ ประเภทเก็งกำไร คือ TASCO
Research House  02 658 5000
นักกลยุทธ์ : สรพล วีระเมธีกุล  | วิจิตร อารยะพิศิษฐ
www.maybank-ke.co.th
Line ID : @maybankfriends