WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
FSSบล.ฟินันเซีย ไซรัส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
กลยุทธ์วันนี้ >> Short-Term Sell into Strength//Stay in Domestic Play
          ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index แกว่งตัว Sideways ตามคาดและปิดทรงตัวหลังจากปรับตัวขึ้นรับประเด็นบวกทั้งการที่สหรัฐฯ-เม็กซิโกสามารถเจรจากันเพื่อเลี่ยงการเก็บภาษีได้สำเร็จและโอกาสที่ FED จะลดดอกเบี้ยปีนี้ไปมากแล้ว อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นต่อเนื่องอีก 769 ลบ.และ Long ใน Index Futures อีกราว 5 พันสัญญา)
          แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Down พักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นรับประเด็นบวกไปพอสมควรในช่วงก่อนหน้า กลุ่มพลังงานคาดว่าจะถ่วงตลาดจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงแรงกว่า 4% จากสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯที่พุ่งขึ้นซึ่งสะท้อนให้เห็นผลกระทบและความกังวลของสงครามการค้า โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตายังอยู่ที่การประชุม G20 ซึ่งล่าสุดยังไม่มีความชัดเจนว่าทรัมป์กับสี จิ้นผิงจะพบกันหรือไม่ ขณะที่ปัจจัยในประเทศคาดว่าจะได้ครม.ชุดใหม่ในเร็วๆนี้ เราจึงคาดว่าหุ้น Domestic Play จะเคลื่อนไหวได้แข็งแกร่งกว่าตลาด
          กลยุทธ์ : ทำกำไรระยะสั้นบางส่วนในช่วงตลาดปรับขึ้น//พอร์ตหลักยังเน้นถือหุ้น Domestic Play 
          หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, GUNKUL, ICHI, SYNEX, TACC
หุ้นเด่นวันนี้: GLOBAL
          - แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 21 บาท (DCF) 
          - SSSG 2QTD ปรับขึ้นต่อ 5-6% Y-Y ทำให้กำไรใน 2Q19 มีแนวโน้มโตต่อจาก 1Q19 โดยเฉพาะเป็นฤดูกาลที่ดีของธุรกิจ และด้วยอากาศร้อนกว่าปกติ เอื้อต่อการก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน แต่กำไรอาจไม่โต Y-Y เพราะฐานสูงในปีก่อน   
          - กำไรในครึ่งปีหลังจะโตสูง Y-Y เพราะฐานต่ำในปีก่อน และปีนี้เร่งเปิดสาขา 5-6 แห่งใน 2H19 เรายังคงคาดกำไรทั้งปี +22% Y-Y เป็น 2,465 ลบ. ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE 27.6x หรือ PEG เพียง 1.2x ขณะที่ HMPRO มี PEG 2.2x และหุ้นตัวอื่นในกลุ่มก็มี PEG กว่า 2x แล้ว
          Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาค US$36ล้าน เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลออกจากเกาหลีใต้ US$55ล้าน ขณะที่ไหลเข้าไทย US$25ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนมีทิศทางพลิกกลับมาไหลออกจากภูมิภาคตามราคาน้ำมันที่ร่วงลงและตลาดกลับมาให้ความสนใจประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าที่ดีขึ้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
          (+) PRM ธุรกิจขนส่งน้ำมันในประเทศ (43% ของรายได้รวม) และธุรกิจจัดเก็บน้ำมันหรือ FSU (34% ของรายได้) มีความต้องการสูง บริษัทจะรับเรือขนส่งน้ำมันในประเทศอีก 2 ลำและเรือ FSU อีก 2 ลำใน 2Q19 เรือ FSU มี demand สูงเพราะลูกค้าใช้เก็บและผสมน้ำมันเตา super low sulfer รองรับ IMO ซึ่งทำให้ค่าบริการขยับขึ้นได้ ส่วนเรือขนส่งน้ำมันในประเทศมี demand แกร่งและไม่ถูกกระทบจาก trade war เราคาดกำไรปีนี้ +21% เป็น 864 ลบ. คงราคาเป้าหมาย 8 บาท ซื้อ  
          (0) ZEN เราปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลง 9% เป็น 177 ลบ. +26% ลดจากเดิมที่คาดโต 39% เพราะ SSSG ต้นปีถึงปัจจุบันยังติดลบ กำไรดังกล่าวยังมี downside หากเปิดสาขาได้น้อยกว่าแผน ซึ่งผู้บริหารตั้งเป้า aggressive 123 สาขา โดยครึ่งปีแรกเปิดไปราว 30 แห่ง และแบรนด์ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ใหม่ เราปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 15 บาท (PE 25x) จากเดิม 16.5 บาท คงคำแนะนำถือ
          (+) BEM ประธาน กทพ.ยืนยันไม่มีการรื้อสัญญาการต่ออายุสัมปทานทางด่วนที่ให้ยืดไป 30 ปีแลกกับการแพ้คดีแล้วต้องจ่าย BEM มูลค่าฟ้องกว่า 1 แสนลบ. ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุดก่อนส่งต่อไปกท.คมนาคมและครม.เพื่ออนุมัติ เรายังคงราคาเป้าหมาย 11.70 บาท upside จำกัด ซื้อเมื่ออ่อนตัว  
          (0) TISCO สินเชื่อเดือน พ.ค. -0.55% M-M จากการจ่ายคืนสินเชื่อระยะสั้นของลูกค้ากลุ่มธุรกิจรายใหญ่ ส่วนสินเชื่อรายย่อยยังโตราว +0.5% M-M ส่วนใหญ่จากกลุ่ม auto hire purchase และ 5M19 สินเชื่อ +0.5% YTD เงินฝาก +3.4% M-M (ราว 6.7 พันลบ.) โดยรวมยังไม่เห็นนัยสำคัญของสินเชื่อและเงินฝาก แนวโน้มกำไร 2Q19 คาดเพิ่มทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายสำรองฯพนักงานเหมือนใน 1Q19 และการตั้งสำรองฯที่อยู่ระดับต่ำ เราคงยังคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 6.877 พันลบ. -2% คงคำแนะนำถือรับปันผลปีละ 7.7% ราคาเหมาะสม 92 บาท 
          (-) ตลาดดาวโจนส์ Dow Jones ลดลง 43.68 จุด ปิดที่ 26,004.83 จุด จากการปรับลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่อ่อนแอ นอกจากนี้ ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ลดลง
          (-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ จากการปรับลงของราคาน้ำมัน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ
          (-) ตลาดเอเชียปรับลง ตามตลาดดาวโจนส์ 
          (0) ค่าเงินบาทแกว่งในกรอบแคบ ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 31.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ 
          (-) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ลดลง 2.13 ดอลลาร์ ปิดที่ 51.14 ดอลลาร์/บาร์เรล หลัง EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ รวมถึงถูกกดดันจากความกังวลต่อข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน 
          (+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 5.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,336.80  ดอลลาร์/ออนซ์ ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย                              
          SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 759.69/+3.52 ตัน
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
14 มิ.ย.      - จีน: Industrial Production, Retail sales (พ.ค.)
17 มิ.ย.      - ยูโรโซน: อัตราเงินเฟ้อ (พ.ค.)
18 มิ.ย.      - ไทย: ยอดขายรถ (พ.ค.)
             - ยูโรโซน: อัตราเงินเฟ้อ (พ.ค.), ZEW Survey Expectations (มิ.ย.)
             - สหรัฐ: Housing starts & Building permits (พ.ค.)
18-19 มิ.ย.   - สหรัฐ: FOMC Meeting
20 มิ.ย.      - ญี่ปุ่น: BOJ ประชุม
             - อินโดนีเซีย: ธนาคารกลางประชุม
             - ฟลิปปินส์: ธนาคารกลางประชุม
          Contact person : Jitra  Amornthum  Register : 014530
          Contact person : Veeravat Virochpoka Register : 047077
          www.fnsyrus.com
          FB: Finansia Syrus Research